ทูไนท์โชว์ โก เจแปน ตอนที่ 2

คน–นี้ – จิ – วะ ใช่เลย…คือคนนี้เลย ไม่มีมากไป ไม่มีน้อยไป ถูกใจทุกอย่าง! ไม่ใช่แล้วครับ!! 😛 Konnichiwa (อ่านว่า คอน–นิ–จิ–วะ แบบนี้ต่างหาก) เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าสวัสดีตอนบ่ายครับ (ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมกำลังจะเขียนเล่าเรื่องราวทริปการท่องเที่ยวสุดแสนประทับใจ ทูไนท์โชว์ โก เจแปน ต่อจากฉบับที่แล้วครับ) เรื่องราวความสนุกสุดหรรษายังไม่จบเพียงเท่านี้ เชิญคุณผู้อ่าน รับชม รับอ่าน ได้ ณ บัดนาววครับผม 😀

“ต้องมีรูปกระโดดที่ประเทศญี่ปุ่นนะครับทุกคน”หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้จากคุณก่อเกียรติ ลิมปพัทธ์ ก็ทำให้พวกเรา…งานเข้าน่ะสิครับ! พอสิ้นเสียงคำสั่ง พวกเราพิธีกรทูไนท์โชว์สุดหล่อทั้ง 4 คนก็สั่งให้ตัวเองกระโดดตัวลอยทันก็ผมคิดในใจออกมาเป็นเพลงได้ความว่า ก็ลองสิจ๊ะ นะจ๊ะ มันจะไปยากอะไร ทำไมไม่ลองสักที! (เพลงลองสิจ๊ะของพี่เบิร์ด ธงไชย แม็คอินไตย ลอยมาทันที!) แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ทุกคนถึงกับเงียบกริ๊บ แล้วสักพักผมก็ได้ยินเสียงทีมงานแว่วมาว่า “จะบ้าเหรอคุณเอ๊าะ…กระโดดทำไม? เขายังไม่ให้กระโดด และยังไม่มีใครเตรียมกล้องเลย! 😯 ซักพักพี่โก๊ะตี๋ พิธีกรอารมณ์ดีประจำรายการของเรา แถมยังเป็นตากล้องประจำทริปนี้ก็ได้สอนวิธีการถ่ายรูปกระโดดให้ออกมาสวยงามด้วยครับ โดยผมแอบเอามาแบ่งปันให้คุณผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กันด้วยครับ

  1. เลือกสถานที่ที่คุณชอบ (คือหมายถึง ฉันอยากมีรูป ณ ที่แห่งนี้)
  2. ตอนกระโดดให้งอขา เพื่อจะได้ท่ากระโดดที่ทออกมาแล้วดูสูง!
  3. ตอนกระโดดให้จับผ้าพันคอไว้ เพราะส่วนใหญ่พอโดดปุ๊บ ถ่ายป้าดดด ตดปู้ดด! 😀 ไม่ใช่ ๆ เพราะเดี๋ยวผ้าพันคอจะปิดบังใบหน้าอันสวยหล่อของทุกคนต่างหากครับ
  4. ตากล้องที่ถ่ายต้องพยายามทำตัวเองให้เตี้ยติดพื้นครับ!(จะทำให้รูปกระโดดที่ได้ดูสูงมากๆ)
  5. ทำความเข้าใจให้ตรงกันนะครับนับ 1-2-3 คือ นับ 3 แล้วค่อยกระโดดนะเราเข้าใจตรงกันแล้วนะครับ…เอ้า นับ 1 – 2 ยังไม่ทัน 3 พี่ณวัตน์ก็กระโดดซะแล้วครับ!ซึ่งเป็นการกระโดดครั้งแรกของคุณณวัฒน์ อาจผิดจังหวะไปบ้าง แต่ก็ไม่ว่ากันครับ! 😉

tonight-japan-02-02อาต๋อยและพี่ณวัตน์ ลงมติเป็นเสียงเดียวกันว่า เราจะเลือกสถานที่กระโดดที่ย่านชิบูย่า หลังจากถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ฮาจิโกะเสร็จ ส่วนตัวกระผมน่ะเหรอ…เลือกกระโดดตรงบริเวณหน้าวัดอาซากุสะ เพื่อให้ติดวิว Tokyo Sky Tree คร้าบบบ…อิอิ

วัดอาซากุสะ (Asakusa Temple) หรือ วัดเซนโซจิ (Sensou-Ji) (ชื่อที่สองคนญี่ปุ่นเรียกครับ) วัดอาซากุสะเป็นวัดพุทธโบราณในย่านอะสะกุสะ เขตไทโต จังหวัดโตเกียว ตรงบริเวณทางเข้าด้านหน้าจะมีโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์ ซึ่งมองเห็นได้อย่างเด่นชัดมาแต่ไกล โดยจะเขียนด้วยตัวอักษรคันจิ ซึ่งมีความหมายว่า ประตูสายฟ้า จุดนี้ต้องขอบอกเลยนะครับว่า ห้ามพลาดสำหรับการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเลยทีเดียว อีกทั้งที่นี่ ยังเป็นจุดนัดหมายและจุดนัดพบยอดนิยมของกรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวทั่วไปด้วยครับ 😀 รายการทูไนท์โชว์มีหรือจะพลาดพวกเราได้ทำการกดชัตเตอร์ดัง แชะๆกันไปหลายแชะเลย!พอเราเดินถัดเข้ามาด้านในจะเป็นย่านถนนขายของที่ระลึกต่าง ๆซึ่งมีชื่อว่า ถนนนากามิเสะ (Nakamise) ของที่ขายก็ได้แก่ ชุดกิโมโน รองเท้าแตะแบบญี่ปุ่น และของที่ระลึกน่ารัก ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงขนมแสอร่อยที่มีให้เลือกแบบจุใจกันไปเลยครับช่วงเวลาต่อจากนี้ไปแหละครับที่ผมและทีมงานจะเสียเวลาไปกับการช๊อปปิ้งและเสียตังค์!อีกครั้งแล้วสินะ…ที่เอ๊าะต้องเสียตังค์…ช๊อปปิ้ง!!555+ 😀 (แต่ผมขอแนะนำนิดหนึ่งนะครับว่า ควรเดินเข้าไปข้างในวัดอาซากุสะ เพื่อไปกราบนมัสการไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมด้านในก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาช๊อปปิ้งจะดีกว่าครับ เพื่อความเป็นศิริมงคลของชีวิตด้วย)

tonight-japan-02-01ระหว่างทางผมเจอเนื้อคู่ครับ!! 😯 กลุ่มสาวๆญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโนมาเที่ยวในวันหยุดของเขาครับ น่ารักมากๆ เลย ผมเลยขออนุญาตน้องๆถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกคร้าบบบ…แชะ!  😳 จากนั้นเราก็เดินต่อมาเรื่อยๆจนสุดถนนก็จะเจอกับซุ้มประตูใหญ่ที่มีโคมกระดาษสีแดงโดดเด่นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ พวกเราไม่ยืนรอดู รีบกรูกันเข้าไปกระโดดถ่ายรูปทันที ซึ่งกว่าจะได้ภาพแบบลอยในอากาศพร้อมกันแบบดี ๆ นี่ทำพวกผมกระโดดกันไปหลายสิบครั้งเลยครับ เรียกว่างานนี้มีของติดไม้ติดมือกลับมาเพียบเลยครับ นั่นก็คือ “หอบ” นั่นเอง! 😮 ชาวญี่ปุ่นที่มาไหว้ขอพรที่วัดอาซากุสะเพราะต่างก็มีความเชื่อตั้งแต่ในอดีตกันมานมนานว่า พอมาไหว้แล้วทำให้คำขอสำเร็จทุกประการและส่วนใหญเป็นแบบนั้นจริง ๆ ด้วยครับ ผมและทีมงานเดินไปซื้อธูปของทางวัด และจุดกันอย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงปักธูปและหันหน้าเข้าหาเจ้าแม่กวนอิม โดยเราจะกวักควันธูปให้ติดตัวเราเพราะมีความเชื่อกันว่า การทำแบบนี้จะทำให้โชคดีมีความสุขครับ พอเสร็จสิ้นพิธีตรงนี้ เราก็ไปกันที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อล้างมือทั้งมือซ้ายและมือขวา ล้างหน้าล้างตา และบ้วนปาก รวมไปถึงล้างกระบวยที่ใช้ตักน้ำศักดิ์สิทธิ์เมื่อสักครู่นี้ด้วยครับเราเดินเข้าไปไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมด้านใน โดยโยนเหรียญลงกล่อง และปรบมือ 2 ครั้ง (แปะๆ) จึงตั้งจิตอธิษฐานครับ อ้อ…ที่สำคัญอย่าลืมถ่ายรูปหมู่เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยนะครับ 😀

พูดเรื่องอาหารการกิน ถ้าพูดถึงการมาญี่ปุ่นแล้วไม่กิน ซูชิถือว่าผิดครับ!!จริง ๆ แล้วสามารถเลือกรับประทานได้หลายร้านเลยนะครับ เพราะวัตถุดิบของที่นั่นค่อนข้างจะมีคุณภาพ สดใหม่ และสะอาด ซึ่งถ้ายิ่งเป็นร้านที่มีคนญี่ปุ่นเข้าไปรับประทานเยอะๆ แล้ว่ะก็ สามารถตามเข้าไปรับประทานกันได้เลย รับรองว่าอร่อยชัวร์ครับ แต่ร้านที่พวกเราเข้าอยู่ย่านชินจูกุ โดยพวกเราสั่งมารับประทานกันแบบจัดเต็ม! (ตามภาพที่เห็นเลยครับ!) เน้นๆ เยอะๆ งั่มๆ นึกถึงช่วงเวลานั้นแล้ว ภาพ รูป รส กลิ่น ตามมาติด ๆ เลยครับ 😉 tonight-japan-02-03 เมื่ออาหารจานหลักเราจัดหนักไปเรียบร้อยก็ต่อกันด้วยของหวานครับ!นั่นก็คือไทยากิโอ้ว…เดินทางต่อครับเป้าหมายของเราคือ ย่านอาเมโยโกะ (ameyoko)ที่นี่จะเป็นแหล่งรวมของถูกในโตเกียว เวลาเปิดทำการคือ 10.00 – 19.00 น. (และปิดทำการทุกวันพุธนะครับ) ทางเดินเข้าจะคล้ายกับตลาดบ้านเรามีของสด ของแห้ง ผลไม้ ร้านเกมส์ ฯลฯ มีขายแทบจะทุกอย่างและมีทุกสิ่งให้เลือกสรร เขาจะเปิดขายให้ผู้คนที่เดินในตลาด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวญี่ปุ่นครับ โดยพิกัดร้านเป้าหมายของเราคือร้าน Gindako Cafe เวลาจะซื้อของให้ต่อคิวซื้อนะครับ ร้านนี้มีขายทั้งขนมไทยากิและทาโกะยากิ เลยครับ แต่มาครั้งนี้ก็เพื่อมาทานไทยากิไส้ถั่วแดงขนมชนิดนี้ถ้าคุณผู้อ่านได้ลองรับประทานแล้ว จะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอนโดยด้านนอกจะเป็นแป้งกรอบๆเคลือบน้ำตาลกลิ่มหอมกรุ่น คลุ้งไปทั่วท้องถนน เริ่มกัดเข้าไป เมื่อแป้งได้สัมผัสในปาก เนื้อแป้งจะมีรสชาติออกหวานๆต่อมน้ำลายก็เริ่มทำงานทันทีเข้ากัดเข้าไปถึงชั้นในเนื้อแป้งจะนุ่ม มีลักษณะเป็นเส้นๆรสชาติคล้ายครัวซอง กัดเข้าไปด้านใน ในส่วนที่เป็นไส้ถั่วแดง คือถั่วแดงเน้น ๆ จริง ๆ ครับ เมื่อฟันบดเคี้ยวไทยากิที่สัมผัสกับลิ้นและน้ำลายของเราเรียบร้อยแล้ว จึงค่อย ๆ กลืนลงไป…โอ้วฟินสุดสุด(แอบเมาท์ว่าพี่ณวัฒน์แกอยากทานมากครับไปยืนดูหน้าตู้แบบเด็กๆ อารมณ์ประมาณหนูจะกินหนม ๆ 😮 ทีเด็ดของร้านนี้คือ เขาทำแบบสดๆ ใหม่ๆ ทำเสร็จลูกค้าก็ได้รับประทานทันทีครับ

การมาเที่ยวญี่ปุ่นพร้อมหน้าพร้อมตากับทีมงานครั้งนี้ผมได้สิ่งดี ๆ ที่เรียกว่า“มิตรภาพ”กลับไปเต็ม ๆ พวกเรารักใคร่ กลมเกลียว และเเน่นแฟ้นกันมากขึ้น หนาวเราก็หนาวด้วยกัน หลับบนรถเราก็หลับด้วยกัน พวกเราอดทนกับความหิวและอาหารการกินที่ไม่เป็นเวลาในบางมื้อไปพร้อมๆกัน เรียกได้ว่า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจริง ๆ มีทั้งความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ เคล้าน้ำตาแห่งความตื้นตันใจเพราะต่างคนต่างดูแลซึ่งกันและกัน(ผมเลยแอบกระซิบบอกคุณไตรภพทันทีเลยว่า “ทริปหน้าจะพาพวกผมไปเที่ยวที่ไหน ยังไง บอกพวกผมล่วงหน้าด้วย เดี๋ยวจะรีบเคลียร์คิวรอเลยครับ”) ว่าแต่ที่ญี่ปุ่นอากาศข้างนอกหนาวนะ…แต่ทำไมผมรู้สึกอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา 😀

Latest Post

Like us on Facebook

Popular Post