เมียนมาร์ “เมืองมหาเสน่ห์แห่งพุทธศาสนา”

photo-myanmar-01    มิง-กะ-ลา-บา คุณผู้อ่านทุกคนนะครับ อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเป็นตอนที่ 7.1 ก็เพราะว่าผมยังเล่าเรื่องทริปการท่องเที่ยวที่ประเทศพม่ายังไม่จบจากฉบับที่แล้วยังไงล่ะครับ การเดินทางของผมในครั้งนี้ใช้เวลาท่องเที่ยวอยู่ในประเทศพม่าทั้งหมด 4 วัน 3 คืน กับการท่องเที่ยวเมือง ย่างกุ้ง (เจดีย์ชเวดากอง) พระมหาธาตุอินแขวน อันนี้คือหัวข้อของบริษัททัวร์เวลาใช้เรียกโปรแกรมนี้นะครับ (ผมเปล่าแอบขายทัวร์นะ! 555+)

    เวลาผมเจอใคร ๆ คนส่วนใหญ่มักจะถามผมว่าจะไปประเทศนั้นประเทศนี้ เราควรไปเที่ยวไหนดีครับ? (คะ?) อุต๊ะ!! เป็นคำถามที่ดีและเป็นการลองภูมิพิธีกรรูปหล่ออย่างผม ผมนี่ถึงกับอึ้ง ทึ่ง แต่ก็ต้องนิ่งและคิดถึงเสมอ เวลาที่เห็นหน้าเธอ! (มุกอะไรเนี่ย…เสียงคุณไตรภพลอยมา! 555+) เพราะผมไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ผมตอบจะเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษกันแน่!! ผมมักแนะนำไปว่า ถ้าเป็นการเดินทางเข้าประเทศนั้นครั้งแรก ผมมักจะแนะนำว่า ให้เริ่มต้นที่โปรแกรมพื้นฐานก่อน เช่น เที่ยวญี่ปุ่น ก็ต้องเริ่มเที่ยวด้วยโปรแกรมโตเกียว (ฟูจิ) 5 วัน 3 คืน ก่อนครับ เช่นเดียวกัน การมาเที่ยวพม่า ก็มีญาติ ๆ ผมนี่แหละครับถามผมว่า ไปพุกามดีมั้ย? สวยมั้ย? หรือ อาควรไปที่นั่น ที่โน่น ที่นี่ ดีกว่ามั้ย? ผมบอกเลยว่าพุกามสวยมาก สวยมาก ๆ ครับ แต่เอ๊ะ…อาเคยไปเที่ยวพม่ารึเปล่า? คำตอบคือครั้งแรก! โอ้วแม่จ้าวววว (ผมอุทานออกมาเสียงสูงปรี๊ดเสียดฟ้า!!) คืออยากจะแนะนำคุณอานะครับว่า ยังไม่ต้องไปเที่ยวพุกาม แต่ให้ไปเที่ยวย่างกุ้งก่อนเลย ไปเพื่อให้รู้จักประเทศพม่าในมุมนี้ก่อน รู้จักย่างกุ้งก่อนครับ คือไปง่าย ๆ ครับ แค่ขับรถไปร้านอาหารทะเลก็จะมี “ย่างกุ้ง” ….. ถึงบรรทัดนี้ทุกท่านคงจะนึกออก นั่นก็คือ มุกนี้เงียบครับ! 5555

    3 สถานที่ของเส้นทางนี้ในประเทศพม่าที่คุณต้องไม่พลาด คือ เทพทันใจ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง และ พระมหาธาตุอิแขวน ผมว่า “ศรัทธา” คือสิ่งสำคัญที่สุดในฐานะพุทธศาสนิกชน ซึ่งผู้คนในประเทศพม่าทำให้ผมรู้ซึ้งถึงคำ ๆ นี้ อย่างสุดหัวใจครับ “ศรัทธา” ไม่สามารถบังคับให้ใครมีศรัทธาต่อสิ่งใดๆได้ แต่ต้องเกิดขึ้นด้วยความรู้สึกนึกคิดของคน ๆ นั้นเองจริง ๆ  และ ผู้คนในพม่าที่เข้าไปกราบไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิต่าง ๆ ในประเทศของเขา พอเราได้เห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งถึงคำ ๆ หนึ่งคือ “ศรัทธาในพระพุทธศาสนา” การกราบไหว้ องค์เทพทันใจ (นัดโบโบยี) เชื่อกันว่า ขอพรสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากท่าน ก็จะสมดังหวังแบบทันใจเลยทีเดียวครับ (สมกับชื่อเลย!) ผมไม่รอช้าถวายของไหว้ที่สั่งไกด์ไว้ (ผมสั่งชุดใหญ่สุดเลยครับ) เจ้าหน้าที่นำสวดในบทต่าง ๆ พอสวดเสร็จก็ถวายของไหว้ครับ จากนั้นก็เตรียมเงินจ๊าดและเงินไทย ม้วนให้เป็นลักษณะกลม ๆ จากนั้นจึงเอาศรีษะไปแตะที่นิ้วชี้ของท่าน แล้วจึงอธิษฐานครับ ผมอธิษฐานขอพรไปเพียบเลย! จะสำเร็จดังที่ขอทุกข้อหรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ แต่ที่แน่ ๆ มีข้อหนึ่งที่ผมขอพรจากท่าน ขอให้ท่านคุ้มครองคุณแม่ขิงของผม ให้คุณแม่ท่านมีความสุข และสุขภาพแข็งแรงตลอดไปครับ

photo-myanmar-02    พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (“ชเว” แปลว่า ทอง “ดากอง” เป็นชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ผมบอกเลยว่าคุณต้องไม่พลาดเด็ดขาด ในชีวิตนี้ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองและกราบไหว้สักครั้งหนึ่ง เพราะมีความสง่างามมากและองค์ใหญ่มาก ๆ ด้วยครับ…สาธุ เราต้องเดินเข้าไปเพื่อฝากรองเท้า ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รับฝากไว้เป็นอย่างดี จากนั้นขึ้นลิฟท์ไปด้านบนครับ แล้วจึงเดินไปตามทาง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสิ่งแรกที่เห็น โอ้วว…องค์พระมหาเจดีย์ชเวดากองสีทองอร่ามอยู่ตรงหน้าเลยครับ ยิ่งใหญ่อลังการมากและงดงามสุด ๆ พระมหาเจดีย์ชเวดากองนี้ แรกเริ่มสร้างที่ความสูงเพียง 27 ฟุตเท่านั้น ด้วยจิตศรัธาของชาวพม่าที่ได้ร่วมกันบริจาคเงิน และ ทรัพย์สินอันมีค่า ก่อร่าง สร้างเสริม เติมแต่งให้องค์เจดีย์มีความสูงใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้สูงถึง 326 ฟุต! กว้างถึง 1,355ฟุต! ผมมาถึงช่วงเย็นใกล้พลบค่ำครับ เพราะกลางวันที่นี่พื้นจะร้อมมาก! มาถึงก็ไม่รอช้าผมรีบมุ่งห้าไปยังลานอธิษฐาน หรือ ลานสัมฤทธิผล นั่งลงตั้งจิต อธิษฐานสวดมนต์ ขอพรจากองค์พระมหาเจดีย์ชเวดากองทันที เชื่อมั้ยครับเมื่อผมลืมตาขึ้นมา ผมรู้สึกว่าจิตใจผมสงบลงมาก ผมนั่งมองอยู่พักใหญ่แล้วก็ลุกขึ้นไปตามธรรมเนียม … ถ่ายรูปครับ! จากนั้นก็ไปสรงน้ำ กราบไหว้ขอพรจากพระประจำวันเกิด สำหรับท่านที่นั่งรถเข็นสามารถขึ้นได้นะครับ เพราะเขามีทางเชื่อมที่สามารถรองรับสำหรับรถเข็นโดยเฉพาะ

    ส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญของทริปนี้เลยคือ “พระธาตุอินแขวน” หรือ ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) (เป็นภาษาพม่าหมายถึง เจดีย์บนหินที่มีรูปร่างคล้ายฤาษี) การเดินทางไปสนุกมากครับแต่อาจจะไกลหน่อย เมื่อไปถึงเชิงเขาเราต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถ 6 ล้อ แล้ววิ่งขึ้นเขาอย่างเดียวเลยครับ สนุกและตื่นเต้นตรงนี้แหละครับ เพราะรถ 6 ล้อวิ่งตามกันมาติด ๆ อารมณ์ประมาณแข่งรถเลยคร๊าบบบ ความตั้งใจของผมคือ ต้องกราบไหว้ให้ได้ 3 ครั้ง (ครั้งแรกช่วงก่อนทานมื้อเย็น ครั้งที่สองช่วงก่อนนอน และครั้งที่สามช่วงเช้ามืด) ตอ้งบอกก่อนว่าตอนที่ไปอากาศหนาวด้วยครับ พระธาตุอินแขวน อยู่ในเขตรัฐมอญของประเทศพม่า ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3,615 ฟุต ลักษณะเด่น คือ เป็นก้อนหินสีทองอร่ามตั้งอยู่บนหน้าผา มีองค์เจดีย์อยู่ด้านบน (ซึ่งก้อนหินนี้ตั้งอยู่แบบไม่น่าจะตั้งอยู่ได้ เหมือนจะหล่นแต่ไม่หล่นครับไม่น่าเชื่อ!!) ผมเริ่มสวดมนต์ จุดธูปเทียน และถวายดอกไม้ จากนั้นก็เข้าไปปิดทองซึ่งเข้าได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นนะครับ (ตามความเชื่อของคนล้านนาเชื่อว่า เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีจอ (ปีหมา)) ใครเกิดปีนี้เชิญเลยนะคร๊าบบบ) ช่วงเช้ามืดที่นี่สวยมากครับ แสงแรกเป็นสีส้มสด ปรากฎอยู่ที่เส้นขอบฟ้า พอแสงเริ่มเปิดเยอะ ๆ ฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้า ตัดกับองค์พระธาตุอินแขวนสีทองอร่าม…สวยงามมากครับ อากาศที่เย็นสบาย ล้อมรอบโอบกอดตัวผมไว้เบา ๆ ผมนิ่งอยู่พักใหญ่เพื่อมองความเป็นไปในความสวยงาม ด้วยสองตา และ หนึ่งใจที่ศรัทธาอย่างสงบ

    ถ้ามีโอกาสผมแนะนำให้คุณไปนะครับ หาโอกาสไปเยือนสักครั้ง ก่อนที่ร่างกายเราจะไม่เอื้ออำนวยให้เดินทางไป เพราะ สังขารของเราแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลานั่นเองครับ

    การเดินทางในแต่ละครั้งแม้จะไปในที่เดียวกัน แต่ก็ให้ความหมายกับชีวิตที่แตกต่างกัน ผมรู้สึกแบบนั้นเสมอครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง และ ทัศนคติของแต่ละบุคคล ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจต่าง ๆ ออกมา แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร แค่คุณคิดจะออกเดินทางท่องเที่ยวไป แค่นี้คุณก็จะได้เปิดมุมมองดี ๆ มุมมองใหม่ ๆ ให้กับชีวิตตนเองแล้วล่ะครับ

Latest Post

Like us on Facebook

Popular Post